เตรียมสอบB1

เมื่อเพื่อนร่วมสอบ B1 พูดไม่เก่งในส่วน “Gemeinsam etwas planen”

ความรู้ทั่วไป

การสอบพูดส่วนที่ 3 (Teil 3) ในระดับ B1 (เช่น Goethe, Telc) คือการวางแผนร่วมกันกับเพื่อนร่วมสอบ เป็นส่วนที่วัดทักษะการทำงานร่วมกัน การเสนอแนะ และการตอบโต้ แต่จะทำอย่างไรเมื่อเพื่อนร่วมสอบของเรานิ่งเงียบ หรือให้ข้อมูลน้อยมาก?

1. เข้าใจเป้าหมายของข้อสอบก่อน

คณะกรรมการไม่ได้ประเมินว่าคุณและเพื่อนวางแผนได้ “สำเร็จ” หรือไม่ แต่ประเมิน ทักษะการสื่อสาร ของเราค่ะ

  • การเสนอแนะ: (Ich schlage vor, dass wir…)
  • การสอบถามความคิดเห็น: (Was hältst du davon? / Wie findest du meine Idee?)
  • การตอบสนอง: (Das ist eine gute Idee! / Tut mir leid, das passt mir nicht, weil…)
  • การชักชวน/กระตุ้นให้พูด: (เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์นี้)

2. เทคนิคที่ต้องใช้เมื่อเพื่อนเงียบ

เมื่อเราเจอคู่สอบที่พูดน้อย แนะนำให้พยายามใช้กลยุทธ์ต่อไปนี้เพื่อกระตุ้นให้เขาพูดค่ะ และแสดงให้กรรมการเห็นว่าคุณ “พยายามมีปฏิสัมพันธ์” อย่างเต็มที่แล้วนั่่นเอง

กลยุทธ์วิธีการปฏิบัติ (Redemittel)จุดประสงค์
1. ถามด้วยคำถามปลายปิดBist du einverstanden? (คุณเห็นด้วยไหม?)
Passen dir 14 Uhr? (บ่ายสองโมงสะดวกไหม?)
ช่วยให้เพื่อนตอบง่ายๆ แค่ “Ja” หรือ “Nein” เพื่อรักษาจังหวะการสนทนาไว้
2. ถามด้วยคำถามปลายเปิดแบบเจาะจงWas möchtest du vorschlagen? (คุณอยากจะเสนออะไรบ้าง?)
Was denkst du über das Essen? (คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องอาหาร?)
บังคับให้เพื่อนต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากแค่ “ใช่/ไม่ใช่”
3. เสนอทางเลือกให้เลือกSollen wir am Samstag oder am Sonntag grillen? (เราจะปิ้งย่างกันวันเสาร์ หรือ วันอาทิตย์ดี?)
Wollen wir ein Restaurant reservieren oder lieber zu Hause kochen? (เราจะจองร้านอาหาร หรือ ทำอาหารที่บ้านดี?)
ทำให้เพื่อนมีตัวเลือกที่ชัดเจนและต้องตัดสินใจ ทำให้เกิดบทสนทนาต่อ
4. กระตุ้นให้เพื่อนรับผิดชอบDas ist meine Idee. Welche Aufgabe kannst du übernehmen? (นี่คือความคิดของฉัน คุณสามารถรับผิดชอบงานไหนได้บ้าง?)
Ich kümmere mich um die Einladungen. Könntest du dich bitte um die Musik kümmern? Was meinst du? (ฉันจะจัดการเรื่องบัตรเชิญ คุณช่วยดูแลเรื่องเพลงได้ไหม? คุณคิดว่าไง?)
เป็นการมอบหมายงานโดยตรง ซึ่งต้องมีการตอบรับหรือปฏิเสธ
5. ให้เวลาคิด (เมื่อเพื่อนเงียบ)Du musst nicht sofort antworten. Überleg mal kurz. Hast du eine Idee? (คุณไม่ต้องตอบทันที ลองคิดดูแป๊บหนึ่ง คุณมีความคิดไหม?)แสดงความเห็นอกเห็นใจ แต่ยังคงรักษาสถานการณ์สอบไว้

3. สิ่งที่คุณต้อง “แสดง” ให้กรรมการเห็น

เมื่อสถานการณ์ยากลำบาก คุณต้องทำให้กรรมการมั่นใจว่าคุณทำส่วนของคุณอย่างเต็มที่แล้ว

  • อย่าพูดคนเดียว (Monolog): แม้เพื่อนจะเงียบ คุณก็ไม่ควรวางแผนคนเดียว 5 นาทีรวด เพราะนี่คือการสอบ “Dialog” (บทสนทนา)
  • ใช้ชื่อเพื่อน: เรียกชื่อเพื่อนร่วมสอบบ่อย ๆ (“Sarah, was meinst du?” หรือ “Was hältst du, Jonas, von diesem Vorschlag?”) เพื่อเป็นการระบุผู้รับสารชัดเจน
  • การสรุป: ถ้าเพื่อนตอบแค่สั้นๆ ให้คุณเป็นคนสรุปเพื่อให้เนื้อหามีความก้าวหน้า เช่น “Okay, also sind wir einverstanden. Du machst die Getränke und ich kümmere mich um die Musik. Fehlt noch etwas?” (โอเค เราตกลงกันตามนี้ คุณดูแลเรื่องเครื่องดื่ม และฉันดูแลเรื่องเพลง เหลืออะไรอีกไหม?)
  • ความสุภาพ: รักษาน้ำเสียงที่เป็นมิตรและสุภาพตลอดเวลา เพราะนี่คือการ “วางแผนร่วมกัน” ไม่ใช่การสอบถามปากคำ

ข้อความสำคัญ: หากเพื่อนร่วมสอบของคุณพูดน้อยมากหรือตอบไม่ได้ อย่าตกใจ คุณยังสามารถทำคะแนนได้ดีโดยการ แสดงบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการสื่อสาร (Kommunikationsmoderator) ใช้คำถามปลายเปิดและปลายปิดสลับกันไปอย่างชาญฉลาด พยายามดึงเพื่อนเข้าสู่บทสนทนา และแสดงให้กรรมการเห็นว่าคุณมีความสามารถในการโต้ตอบและการนำการสนทนาได้ แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทายค่ะ


ใช้สำนวนเหล่านี้อย่างสุภาพและเป็นมิตร เพื่อให้คู่สนทนาของคุณต้องตอบสนองค่ะ

1. การถามความคิดเห็นและดึงเข้าสู่การสนทนา (Fragen und Einbeziehen)

สำนวนเหล่านี้ใช้เพื่อส่งต่อบทบาทการพูดให้เพื่อนอย่างชัดเจน

ทั่วไป (ความคิดเห็น)

  • Was meinst du dazu? / Was hältst du davon?คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้?
  • Wie findest du meine Idee?คุณคิดว่าไอเดียของฉันเป็นอย่างไร?
  • Bist du damit einverstanden?คุณเห็นด้วยกับเรื่องนี้ไหม?

เจาะจง (ส่งต่อ)

  • Hast du vielleicht eine bessere Idee? คุณอาจจะมีไอเดียที่ดีกว่าไหม?
  • Was schlägst du denn vor? แล้วคุณล่ะเสนออะไรบ้าง?
  • Ich habe viele Vorschläge gemacht. Jetzt bist du dran. ฉันเสนอไปหลายอย่างแล้ว ถึงตาคุณแล้วนะ

คำถามปลายปิด

  • Passt dir das am Samstag um 15 Uhr? วันเสาร์บ่าย 3 โมงคุณสะดวกไหม?

2. การมอบหมายความรับผิดชอบ (Aufgabenverteilung)

ใช้สำนวนเหล่านี้เพื่อแบ่งงานอย่างชัดเจน ซึ่งบังคับให้เพื่อนต้องตอบรับหรือปฏิเสธ

การเสนอการรับผิดชอบ

  • Ich könnte (doch) die Getränke besorgen. Was kannst du machen?ฉันอาสาจัดการเรื่องเครื่องดื่มเอง แล้วคุณล่ะสามารถทำอะไรได้บ้าง?
  • Ich würde vorschlagen, dass ich [A] mache. Möchtest du [B] übernehmen?ฉันเสนอว่าฉันจะทำ [A] คุณอยากจะรับผิดชอบ [B] ไหม?

การถามความสมัครใจ

  • Könntest du dich bitte um [die Dekoration] kümmern? คุณช่วยดูแลเรื่อง [การตกแต่ง] ได้ไหม?
  • Wäre es für dich in Ordnung, wenn du [die Einladungen] schreibst? ถ้าคุณเป็นคนเขียน [บัตรเชิญ] จะเป็นไรไหมสำหรับคุณ?

ยอดเยี่ยมเลยค่ะ! การมีสำนวนเหล่านี้เตรียมพร้อมไว้จะช่วยให้ผู้สอบรู้สึกมั่นใจและสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เพื่อนร่วมสอบไม่ค่อยให้ความร่วมมือได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการแสดงให้กรรมการเห็นว่า คุณพยายามกระตุ้นการสนทนาอย่างเต็มที่แล้วค่ะ


ใช้สำนวนเหล่านี้อย่างสุภาพและเป็นมิตร เพื่อให้คู่สนทนาของคุณต้องตอบสนอง

1. การถามความคิดเห็นและดึงเข้าสู่การสนทนา (Fragen und Einbeziehen)

สำนวนเหล่านี้ใช้เพื่อส่งต่อบทบาทการพูดให้เพื่อนอย่างชัดเจน

หมวดหมู่สำนวน (Redemittel)ความหมาย
ทั่วไป (ความคิดเห็น)Was meinst du dazu? / Was hältst du davon?คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้?
Wie findest du meine Idee?คุณคิดว่าไอเดียของฉันเป็นอย่างไร?
Bist du damit einverstanden?คุณเห็นด้วยกับเรื่องนี้ไหม?
เจาะจง (ส่งต่อ)Hast du vielleicht eine bessere Idee?คุณอาจจะมีไอเดียที่ดีกว่าไหม?
Was schlägst du denn vor?แล้วคุณล่ะเสนออะไรบ้าง?
Ich habe viele Vorschläge gemacht. Jetzt bist du dran.ฉันเสนอไปหลายอย่างแล้ว ถึงตาคุณแล้วนะ
คำถามปลายปิดPasst dir das am Samstag um 15 Uhr?วันเสาร์บ่าย 3 โมงคุณสะดวกไหม?

2. การมอบหมายความรับผิดชอบ (Aufgabenverteilung)

ใช้สำนวนเหล่านี้เพื่อแบ่งงานอย่างชัดเจน ซึ่งบังคับให้เพื่อนต้องตอบรับหรือปฏิเสธ

หมวดหมู่สำนวน (Redemittel)ความหมาย
การเสนอการรับผิดชอบIch könnte (doch) die Getränke besorgen. Was kannst du machen?ฉันอาสาจัดการเรื่องเครื่องดื่มเอง แล้วคุณล่ะสามารถทำอะไรได้บ้าง?
Ich würde vorschlagen, dass ich [A] mache. Möchtest du [B] übernehmen?ฉันเสนอว่าฉันจะทำ [A] คุณอยากจะรับผิดชอบ [B] ไหม?
การถามความสมัครใจKönntest du dich bitte um [die Dekoration] kümmern?คุณช่วยดูแลเรื่อง [การตกแต่ง] ได้ไหม?
Wäre es für dich in Ordnung, wenn du [die Einladungen] schreibst?ถ้าคุณเป็นคนเขียน [บัตรเชิญ] จะเป็นไรไหมสำหรับคุณ?

3. การจัดการจังหวะ (Pausen und Zeitmanagement)

ใช้สำนวนเหล่านี้เมื่อเพื่อนเงียบไปนาน หรือเพื่อกระตุ้นให้คิดต่อ

ให้เวลาคิด

  • Nimm dir ruhig einen Moment Zeit.ไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ คิดไปก่อน

เมื่อเพื่อนเงียบ[ชื่อเพื่อน],

  • du sagst gar nichts mehr. Ist alles in Ordnung?[ชื่อเพื่อน], คุณเงียบไปเลย เรียบร้อยดีไหม?
  • Wir müssen noch über [Kosten/Ort] sprechen. Hast du dazu eine Idee?เรายังต้องคุยกันเรื่อง [ค่าใช้จ่าย/สถานที่] คุณมีความคิดไหมเกี่ยวกับเรื่องนี้?

4. การสรุปและย้ำการตัดสินใจ (Zusammenfassen)

หากเพื่อนตอบสั้น ๆ ให้คุณเป็นคนสรุปประเด็น เพื่อแสดงให้กรรมการเห็นว่าคุณบันทึกและรักษาสถานการณ์ไว้ได้

  • Also gut. Dann haben wir uns geeinigt. Du holst [A], und ich kaufe [B] ein. Stimmt das? (สรุปได้ว่า เราตกลงกันแล้ว คุณหา [A] และฉันซื้อ [B] ใช่ไหม?)
  • Wunderbar! Dann ist das geklärt. Gehen wir zum nächsten Punkt über? (ยอดเยี่ยม! งั้นเรื่องนี้ก็ชัดเจนแล้ว เราไปดูประเด็นถัดไปกันไหม?)

เคล็ดลับเพิ่มเติม

อย่าลืมเรียกชื่อเพื่อน! (ใช้ [ชื่อเพื่อน], was denkst du? บ่อย ๆ) การทำเช่นนี้เป็นการระบุผู้รับสารอย่างชัดเจน และแสดงให้กรรมการเห็นว่าคุณไม่ได้ต้องการพูดคนเดียว แต่คุณกำลังกระตุ้นเพื่อนร่วมสอบให้มีปฏิสัมพันธ์ค่ะ ยังไงก็ขออวยพรให้ทุกคนโชคดีในการสอบนะคะ 🙂


บทความที่เกี่ยวข้อง