ของห้ามนำเข้าเยอรมัน ศุลกากรเยอรมัน

ของห้ามนำเข้าเยอรมัน 2569 สรุปครบ จบในที่เดียว !

ความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับประเทศเยอรมัน

สรุปชัดเจน ของห้ามนำเข้าเยอรมัน 2569 มีอะไรบ้าง? เนื้อสัตว์ ผักสด ยาชนิดไหนพกได้? อ่านก่อนเก็บกระเป๋าเดินทางไปเยอรมนี จะได้ไม่โดนปรับ!

เคยสงสัยไหมว่า? ไปเยอรมันห้ามเอาอะไรไปบ้าง? หลายคนอยากประหยัดค่าครองชีพ หรือกลัวคิดถึงอาหารไทยเลยจัดเต็มทั้งหมูยอ กุนเชียง น้ำพริก ขนกันไปเต็มกระเป๋า แต่รู้หรือไม่ว่าการนำของต้องห้ามเข้าประเทศเยอรมนีอาจทำให้คุณโดนปรับหนักหลักหมื่น และถูกบันทึกประวัติในศุลกากรยุโรป (EU) ได้เลยทีเดียว

เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่น วันนี้เราสรุป กฎระเบียบศุลกากรเยอรมัน (Zoll) ล่าสุดมาฝากกันค่ะ

🚫 ลิสต์รายการของต้องห้ามนำเข้าเยอรมนี (ฉบับอัปเดต)

การตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของเยอรมนีมีความเข้มงวดมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่อาจนำเชื้อโรคมาสู่ภาคเกษตรกรรม โดยรายการที่ “สั่งห้าม” เด็ดขาดมีดังนี้:

1. ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และนม (Meat and Dairy Products)

นี่คือสาเหตุอันดับ 1 ที่ทำให้คนไทยโดนปรับ! ห้ามนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์และนมจากประเทศนอกสหภาพยุโรปเข้าโดยเด็ดขาด:

  • เนื้อสัตว์ทุกชนิด: ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสด, เนื้อแห้ง, เนื้อแดดเดียว, หมูแผ่น, หมูหยอง
  • อาหารแปรรูป: กุนเชียง, แหนม, ลูกชิ้น, ไส้กรอก, หมูยอ
  • นมและผลิตภัณฑ์จากนม: ชีส, นมผง (ยกเว้นนมผงเด็กในบรรจุภัณฑ์เดิม)

2. ผัก ผลไม้ และพืชสด (Plants and Vegetables)

ตั้งแต่ปี 2019 สหภาพยุโรปประกาศกฎระเบียบด้านสุขอนามัยพืชที่เข้มงวดขึ้น

  • ห้ามนำเข้า: ผักสด ผลไม้สด และเมล็ดพันธุ์เกือบทุกชนิด (เช่น พริกสด, ใบกะเพรา, มะม่วง, ชมพู่)
  • ข้อยกเว้น: กล้วย, มะพร้าว, อินทผลัม, สับปะรด และทุเรียน (สามารถนำเข้าได้โดยไม่ต้องมีใบรับรอง)

3. ยาอันตรายและยาเสพติด

การพกยาไปเยอรมันต้องระวังอย่างยิ่ง

  • ยาแก้ปวดกลุ่มรุนแรง ยานอนหลับ หรือยาที่มีส่วนผสมของสารต้องห้าม ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ (ภาษาอังกฤษ) กำกับ
  • ปริมาณยาต้องเหมาะสมกับการใช้ส่วนตัว (ไม่เกินระยะเวลา 3 เดือน)

ของกินอะไรบ้างที่นำเข้าเยอรมันได้? (แบบไม่ต้องกังวล)

หากคุณยังอยากพกเสบียงไป แนะนำให้เลือกรายการเหล่านี้แทนค่ะ

  • อาหารทะเลแปรรูป: ปลาหมึกแห้ง, กุ้งแห้ง, ปลาเค็ม (รวมกันไม่เกิน 20 กิโลกรัม)
  • อาหารแห้งไร้เนื้อสัตว์: เครื่องแกงสำเร็จรูป (แบบซอง), น้ำปลา, กะปิ, ทุเรียนทอด, ขนมอบแห้ง
  • ข้าวสาร: นำเข้าได้เพื่อใช้ส่วนตัว (แนะนำไม่เกิน 2 กิโลกรัม)

เทคนิคการผ่านด่านศุลกากรเยอรมัน: ช่องเขียว vs ช่องแดง

เมื่อรับกระเป๋าเสร็จแล้ว คุณจะเจอทางออก 2 ช่องทาง

  • ช่องเขียว (Green Channel): สำหรับผู้ที่ไม่มีของต้องห้าม และมูลค่าของฝากไม่เกิน 430 ยูโร (สำหรับการเดินทางโดยเครื่องบิน)
  • ช่องแดง (Red Channel): “ถ้าไม่แน่ใจ ให้เข้าช่องนี้” การเดินเข้าช่องแดงเพื่อสำแดงของ (Declare) จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากการโดนปรับ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบของต้องห้ามเขาจะเพียงแค่ยึดทิ้งไป แต่คุณจะไม่ผิดกฎหมาย

บทลงโทษหากฝ่าฝืน

หากเดินเข้าช่องเขียวแล้วถูกสุ่มตรวจพบของต้องห้าม (โดยเฉพาะเนื้อสัตว์) เจ้าหน้าที่จะทำการยึดของและ สั่งปรับทันที ซึ่งค่าปรับเริ่มต้นมักจะสูงกว่าราคาสินค้าหลายเท่าตัว และอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์

สรุป: เพื่อความสบายใจ แนะนำให้หาซื้อวัตถุดิบไทยในเยอรมนีตามร้าน Asia Shop จะดีกว่าค่ะ แม้ราคาจะสูงกว่าที่ไทยแต่ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมายแน่นอน

อ้างอิงข้อมูลอย่างเป็นทางการ: Zoll.de – ศุลกากรเยอรมนี


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ