อยากทำงานเยอรมนีแต่ยังไม่มี Job Offer? ทำความรู้จัก Chancenkarte วีซ่าหางานระบบคะแนนใหม่ล่าสุดปี 2026 เช็คเกณฑ์คะแนน วิธีสมัคร และสิทธิประโยชน์ครบจบในที่เดียว!
การย้ายไปทำงานในยุโรปไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป! โดยเฉพาะเมื่อเยอรมนีเปิดตัว Chancenkarte หรือ Opportunity Card วีซ่ารูปแบบใหม่ที่ใช้ระบบ “สะสมคะแนน” (Points-based System) เพื่อดึงดูดแรงงานทักษะดีจากนอก EU ให้เข้ามาหางานได้อย่างถูกกฎหมาย
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ฝันอยาก ทำงานในเยอรมนี บทความนี้จะสรุปทุกอย่างที่คุณต้องรู้ ตั้งแต่เงื่อนไขพื้นฐานไปจนถึงวิธีคำนวณคะแนนให้ผ่านฉลุยค่ะ
Chancenkarte คืออะไร?
Chancenkarte คือ วีซ่าสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเข้ามาหางานในประเทศเยอรมนี โดยที่คุณ ยังไม่จำเป็นต้องมีสัญญาจ้างงาน (Job Offer) ตั้งแต่ก่อนเดินทาง ซึ่งต่างจากวีซ่าทำงานประเภทอื่นในอดีต
ข้อดีของ Chancenkarte
- พำนักได้นาน: สามารถอยู่ในเยอรมนีเพื่อหางานได้สูงสุด 1 ปี
- ทำงาน Part-time ได้: ระหว่างหางาน คุณสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อจุนเจือค่าใช้จ่าย
- ทดลองงานได้: สามารถทำงานทดลอง (Trial Work) ได้ครั้งละ 2 สัปดาห์ เพื่อดูว่างานนั้นเหมาะกับเราหรือไม่
ใครบ้างที่ขอ Chancenkarte ได้? (2 เส้นทางหลัก)
การขอวีซ่าประเภทนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
- กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Skilled Workers): หากคุณมีวุฒิการศึกษาหรือใบเซอร์ฯ วิชาชีพที่ ได้รับการยอมรับในเยอรมนีโดยสมบูรณ์ คุณจะได้รับ Chancenkarte ทันทีโดยไม่ต้องสะสมคะแนน
- กลุ่มใช้ระบบคะแนน (Points-based): หากวุฒิของคุณยังไม่ได้รับการรับรองโดยตรง คุณต้องมีคะแนนรวมอย่างน้อย 6 คะแนน จากเกณฑ์ที่กำหนด
เงื่อนไขพื้นฐาน (ต้องมีครบทุกข้อก่อนเริ่มสะสมคะแนน)
ก่อนจะไปดูคะแนน คุณต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต้น 3 ข้อนี้ก่อน
- การศึกษา: จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย หรือผ่านการฝึกอบรมวิชาชีพอย่างน้อย 2 ปี (ต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
- ทักษะภาษา: มีทักษะภาษาเยอรมันอย่างน้อยระดับ A1 หรือ ภาษาอังกฤษระดับ B2
- หลักฐานการเงิน: ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีเงินเพียงพอสำหรับค่าครองชีพในเยอรมนี (ประมาณ 1,027 ยูโรต่อเดือน หรือใช้ Blocked Account)
เจาะลึกระบบคะแนน (ต้องได้ 6 คะแนนขึ้นไป)
คุณสามารถสะสมคะแนนได้จากหมวดหมู่ต่างๆ ดังนี้
| เกณฑ์การให้คะแนน | คะแนนที่ได้รับ |
| วุฒิการศึกษา: มีวุฒิที่ได้รับการรับรองบางส่วนในเยอรมนี | 4 คะแนน |
| ประสบการณ์ทำงาน: ตรงสายงานอย่างน้อย 5 ปี (ภายใน 7 ปีล่าสุด) | 3 คะแนน |
| ทักษะภาษาเยอรมัน: ระดับ B1 ขึ้นไป | 2 คะแนน |
| ประสบการณ์ทำงาน: ตรงสายงานอย่างน้อย 2 ปี (ภายใน 5 ปีล่าสุด) | 2 คะแนน |
| อายุ: อายุไม่เกิน 35 ปี | 2 คะแนน |
| อายุ: อายุระหว่าง 35 – 40 ปี | 1 คะแนน |
| ทักษะภาษาเยอรมัน: ระดับ A2 | 1 คะแนน |
| ความเชื่อมโยงกับเยอรมนี: เคยอาศัยในเยอรมันอย่างน้อย 6 เดือน (ใน 5 ปีหลัง) | 1 คะแนน |
| คู่สมรส: คู่สมรสมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ Chancenkarte เช่นกัน | 1 คะแนน |
ขั้นตอนการสมัคร Chancenkarte
- ตรวจสอบคุณสมบัติ: เช็คว่าวุฒิการศึกษาของคุณต้องผ่านการประเมิน (Anabin/ZAB) หรือไม่
- เตรียมเอกสาร: ใบเซอร์ฯ ภาษา, หลักฐานการเงิน (Blocked Account), และเอกสารยืนยันประสบการณ์ทำงาน
- ยื่นคำร้อง: สามารถยื่นได้ที่สถานทูตเยอรมนีในประเทศไทย หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ (หากรัฐนั้นๆ รองรับ)
สรุป: Chancenkarte เหมาะกับใคร?
วีซ่านี้เหมาะมากสำหรับ คนรุ่นใหม่ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีทักษะภาษาอังกฤษดีและอยากลองไปแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในเยอรมนี โดยเฉพาะในสายงานที่ขาดแคลน เช่น ไอที, วิศวกรรม, การพยาบาล และช่างเทคนิค
ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นและคำนวณคะแนนของคุณได้ที่หน้าภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเยอรมนีค่ะ
1. เว็บไซต์หลักอย่างเป็นทางการ (ภาษาอังกฤษ/เยอรมัน)
- Make it in Germany (The Official Portal): เป็นเว็บไซต์หลักของรัฐบาลเยอรมันสำหรับแรงงานทักษะสูงทั่วโลก ข้อมูลครบถ้วนและแม่นยำที่สุด
- Chancenkarte.com: เว็บไซต์เฉพาะกิจที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Opportunity Card โดยเฉพาะ มีหน้าตาที่เข้าใจง่ายและสรุปประเด็นสำคัญไว้ครบ
2. เครื่องมือคำนวณคะแนน (Self-Check Tool)
- Self-check: Opportunity Card: ลิงก์นี้ดีมากครับ ผู้อ่านสามารถเข้าไปคลิกตอบคำถามเพื่อเช็คได้ทันทีว่าตัวเองได้กี่คะแนนและมีสิทธิ์สมัครไหม
3. ข้อมูลสำหรับผู้สมัครในประเทศไทย
- สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี กรุงเทพฯ: สำหรับเช็คระเบียบการยื่นวีซ่าและนัดหมายคิวในไทย
4. การตรวจสอบวุฒิการศึกษา (Anabin)
- Anabin Database: สำหรับเช็คว่ามหาวิทยาลัยหรือวุฒิการศึกษาจากไทยได้รับการยอมรับในเยอรมนีหรือไม่ (เป็นส่วนหนึ่งของการสะสมคะแนน)
- Link: https://anabin.kmk.org/ (หมายเหตุ: เว็บไซต์นี้ส่วนใหญ่เป็นภาษาเยอรมัน อาจจะต้องแนะนำให้ผู้อ่านใช้ Google Translate ช่วย)